ประวัติหมอดูกระดองเต่า หรือ เซียนเต่า
ฉายาว่า "หมอดูหน้าเลือด"
ชื่อ-สกุลเดิม นายสุรศักดิ์ จุ่นหัวโทน
ชื่อ-สกุลใหม่ อาจารย์ฉัตรประเสริฐ รวยโภคทรัพย์ หรือ อาจารย์หน่อง
อายุ 34 ปี
สถานที่เกิด อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
การศึกษา จบระดับประถมศึกษาปีที่ 6
การศึกษาโหรศาสตร์
เรียบจบ ป.6 แล้ว จากนั้นก็ตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพราะรู้ตัวว่าตัวเองเรียนไม่เก่ง จึงบอกแม่ว่าจะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อหางานทำ ช่วงแรกอาจารย์ไปทำงานรับจ้างล้างจาน แบกของที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ต่อมาเพื่อนก็ชักชวนให้ไปทำงานที่คณะงิ้ว ต้องไปยกของบ้าง แสดงเป็นตัวประกอบบ้าง ซึ่งได้วันละ 30 บาท จนมีโอกาสได้ไปแสดงงิ้วที่จังหวัดตรัง และเจอกับอาจารย์หลี่ อาจารย์ผู้เก่งทางโหรศาสตร์ แขนงต่างๆ เลยมาซื้อตัวจากคณะงิ้ว ให้ไปช่วยทำงานบ้านและดูแลบ้าน ต่อมาอาจารย์หลี่ได้สอนวิชาดูดวงจากกระดองเต่า โหงวเฮ้ง ดวงดาว ลายมือ ฮวงจุ้ย และเขียนยันต์ด้วย ซึ่งอาจารย์หน่องได้ศึกษาศาสตร์นี้มา 21 ปี ไปติดอยู่ขั้น 7 จริงๆ มีอยู่ 9 ขั้น แต่เพราะโลภเลยเรียนได้แค่ขั้น 7 และเรียนกับอาจารย์หลี่ 5 ปี จากนั้นท่านก็ทิ้งหนังสือไว้ให้ศึกษาเอง อาจารย์หน่องก็ศึกษาเองมาเรื่อยๆ
ทำไมต้องกระดองเต่า
อาจารย์หลี่บอกว่า เอาดวงอาจารย์ไปคำนวณแล้วเห็นว่าเหมาะกับการดูดวงศาสตร์นี้ เพราะกระดองเต่า รู้ฟ้ารู้ดิน กระดองเต่ารู้ทุกอย่าง สำหรับกระดองเต่าที่เอามาใช้นั้น จะถูกกำหนดมาสำหรับหมอดูคนนั้นโดยเฉพาะ อย่างวันนั้นอาจารย์บอกว่า เดี๋ยวประมาณสามโมงเช้าเต่าจะมาหา พอผ่านไปสักพักเต่ามาจริงๆ เป็นเต่านอนลอยน้ำมา เพราะตอนนั้นน้ำท่วมพอดี มาแบบตายแล้วด้วย เมื่อได้มา ท่านก็ทำพิธีบวงสรวงก่อน 49 วัน แล้วไปตากแห้งอีก 108 วัน คำนวณดวงดาว
วิธีดูดวงการกระดองเต่า
อาจารย์หน่อง กล่าวว่า ต้องใช้เหรียญจีนโบราณ 3 - 1 2 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ที่บุญวาสนาของแต่ละคน แต่ขั้นพื้นฐานต้องใช้ 3 เหรียญ ซึ่งจำนวนของเหรียญเกี่ยวสัมพันธ์กับฐานะการเงินของคนๆ นั้นด้วย ถ้าต้องใช้ 12 เหรียญ นั่นแสดงว่าคนๆ นั้นมีเงินเป็นแสนล้านบาท ทำให้การกำหนดเหรียญในการดูดวงเป็นเรื่องยากมากๆ ดั่งคำพูดที่ว่า "ดูดวงใครก็ดูเป็น ดูดาวใครก็ดูได้ แต่ดูวาสนาอันนี้ยาก" และเมื่อกำหนดเหรียญได้แล้ว ก็ให้นำไปใส่ไว้ในกระดองเต่าเขย่าๆ และเทออกมาเพื่อทำนาย
ที่มาของฉายา "หมอดูหน้าเลือด"
อาจารย์หน่องดูดวงแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าแสนบาท มากสุดเป็นล้าน จนได้รับฉายา "หมอดูหน้าเลือด" แต่มีอยู่วันหนึ่งอาจารย์หลี่มาเข้าฝันบอกว่า วิชาที่สอนเป็นวิชาฟ้าและดิน ไว้ให้ช่วยคน ไม่ใช่เอามาขูดรีดชาวบ้าน อีกอาทิตย์ต่อมาอาจารย์หน่องก็ไม่สามารถดูดวงได้เลย จนไปเจอกับพระรูปหนึ่ง ท่านก็ทักว่าเป็นหมอดูหมอเดาก็ดีอยู่หรอก แต่อย่าไปขูดรีดชาวบ้านเค้ามากมันบาป เค้าก็เดือดร้อนมา เราก็ต้องช่วยเหลือ อยากเอาบาปไปลงนรกเหรอ ทั้งๆ ที่ท่านก็ไม่รู้มาก่อนว่าอาจารย์หน่องเป็นหมอดู จากนั้นอาจารย์ก็ไปเรียนเดินจงกรม เรียนนั่งวิปัสสนาฝึกสมาธิ จนสามารถกลับไปดูดวงได้เหมือนเดิม ทุกวันนี้ไม่ได้ดูดวงให้ตัวเองเลย เอาเงินที่ได้จากค่าดูดวงไปทำบุญหมด และใครที่มาดูดวงจะให้ค่าดูเท่าไหร่ก็ได้ มีเท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น เพราะยังไงก็จะเอาไปวัดหมด
ที่มา - http://www.tlcthai.com
